การใช้ชีวิตในสมัยนี้ ด้วยงบที่มีจำกัด บางท่านจึงเลือกซื้อคอนโดมิเนียมแบบห้อง Studio ที่สามารถใช้ชีวิตกลางเมืองใหญ่ ซื่งห้อง Studio มีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่ถึง 30 ตร.ม. บางโครงการมีขนาดพื้นที่ประมาณ 26 ตร.ม.เท่านั้น

การตกแต่งเปลี่ยนห้อง Studio ให้เป็นห้องแบบ One-Bedroom สไตล์โมเดิร์น มีห้องนั่งเล่น และห้องกินข้าว ท่านใดที่เลือกคอนโดมิเนียมแบบ Studio ต้องรู้จักหลักการออกแบบห้องให้น่าอยู่

คอนโดมีเนียมในยุคสมัยนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยให้วัยทำงาน ที่ต้องการซื้อบ้านเป็นของตัวเอง จุดประสงค์หลักคือการใช้พักผ่อนนอนหลับ มีทำเลใกล้เมือง มีราคาสมเหตุสมผล ใกล้กับที่ทำงานหรือการเดินทางสะดวกสะบายใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่คนนิยมที่เลือกคอนโดมิเนียมแบบ Studio

ปัญหาหลักที่สำคัญของห้องขนาด Studio คือเตียงนอน หากวางเตียงแล้วไม่สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์อื่นๆเข้าไปได้ เนื่องจากเตียงนอนที่วางลงไปเต็มห้องพอดี จากปัญหานี้ปัจจุบันมีนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์ Sofa Bed ที่สามารถปรับโซฟาให้เป็นเตียงนอนได้

ดังนั้นการออกแบบห้องนอนให้น่าอยู่จึงเป็นหัวใจหลักในการออกแบบห้องแบบ Studio เพราะผู้อยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ที่จำกัดในห้องเดียว ซึ่งต้องแบ่งเป็นทั้งโซนนั่งเล่น รับแขก ห้องนอน ห้องอาหาร ให้ลงตัวที่สุด โดยพื้นที่ใช้ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกจะเป็นโซนที่ใช้สำหรับรับรองแขกที่มาเยี่ยมเยียน ส่วนมากมักจัดไว้ใกล้ประตู และควรจะจัดให้มีลักษระโปร่งโล่ง ไม่ควรมีข้าวของขวางประตูทางเข้า โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งอยู่กลางห้อง และไม่ได้พิงกำแพง การจัดโต๊ะรับแขกควรจะตัดโต๊ะรับแขกหน้าทีวีออกไปไว้ด้านข้าง เพื่อสามารถเป็นได้ทั้งโต๊ะทำงานและตู้หนังสือไปพร้อมๆกัน

อีกหนึ่งวิธีในการจัดตกแต่งห้อง Studio ให้ดูกว้างขึ้น คือการแยกห้องนอนออกจากบริเวณห้องนั่งเล่น ด้วยการใช้ฉากกั้น โดยมีโซฟารับแขกผสมรวมกับเตียง และสตูลที่นั่งก็เป็นส่วนที่ใช้เป็นที่นั่งเสริม ชั้นวางเก็บของก็ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินติดกับเตียงและผนังห้อง

สำหรับห้อง Studio ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเพียง 21 ตร.ม. ก็สามารถที่จะทำให้ห้องดูกว้าง โปร่ง ไม่อึดอัด และน่าอยู่ หากท่านรู้หลักการตกแต่งอย่างเป็นสัดส่วน รวมถึงการเลือกใช้ฟังก์ชั่นเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับห้องเล็ก ส่วนมากโครงการจะมีปัญหาเรื่องขนาดของเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปไม่พอดี หากไม่ใหญ่เกินไป ก็เล็กเกินไป การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำได้โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้ลต์-อิน จากช่างมืออาชีพ ง่ายกว่าการหาเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่

นอกจากนี้โซนแต่งตัวก็เป็นส่วนที่สำคัญ แม้จะเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ส่วนนี้ก็ไม่อาจละเลยได้ สิ่งที่จำเป็นสำหรับห้องแต่ตัวที่ขาดไม่ได้เลยคือกระจก การวางกระจกจึงเป็นเรื่องที่ควจพิจารณาให้ดี อีกทั้งกระจกยังสามารถช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย การติดกระจกในห้องนอนนั้นตามหลักฮวงจุ้ย จะต้องไม่ตรงกับเตียงนอน เนื่องจากจะรบกวนการพักผ่อน ควรติดกระจกไว้บริเวณห้องนั่งเล่น เพราะเป็นโซนที่มีแขกเข้ามา ซึ่งมีบรรยากาศครึกครื้นเฮฮา การจัดห้องลักษณะนี้เป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีและเป็นสิริมงคลของบ้าน

ด้วยลักษณะและพื้นที่ใช้สอยของห้องขนาด Studio มีขนาดเล็กจึงควรมีที่เก็บของเยอะๆ ไอเดียที่เก็บของแบบชั้นสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ท่านควจจะซื้อไว้ คือ ชั้นวางของ ฉากรับชั้นหัวท้าย ฉากรับชั้นแบบต่อกลาง กล่องพลาสติกใส่ของ ตะขอแขวนข้าวของจิปาถะ เก้าอี้ไม้ กระป๋องใส่รีโมท เพื่อลดขนาดพื้นที่ของเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่

ถัดมาคือไอเดียการกั้นห้องแบบสตูดิโอ วิธีง่ายๆ คือการเลือกชั้นวางขางเพื่อกั้นห้อง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการวางของและก้อนห้องไปพร้อมๆ ชั้นวางของที่ท่านเลือกควรจะเป็นแบบโปร่ง โล่ง เพื่อสามารถที่จะเก็บหนังสือ ตุ๊กตา กระถางต้นไม้เล็กๆ เป็นการพรางสายตา และชั้นวางของที่ไม่ทึบยังสามารถทำให้ห้องไม่ดูอึดอัดอีกด้วย

สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของการตกแต่งคอนโดมิเนียมแบบสตูดิโอ คือการคำนวณแบบแปลนห้องและพิจารณาว่าส่วนไหนควรเป็นจุดสำคัญ ส่วนไหนเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งสามารถที่จะวางแผนเรื่องการใช้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อย่างลงตัวและดูกว้างขวาง โปร่งสบาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ แต่น่าอยู่เหมือน “บ้าน” ในยุคที่ท่านต้องซื้อคอนโดมิเนียมแบบห้องสตูดิโอที่มีขนาดเล็กแต่สามารถมีพื้นที่ส่วนตัวได้